พื้นที่เรียนรู้ "ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง"

          ปตท. องค์กรรัฐวิสาหกิจที่ดูแลความมั่นคงทางพลังงานของชาติไปพร้อมกับความยั่งยืนของสร้างการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลร่วมกัน          

          อดีตผู้ว่าการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย “คุณเลื่อน กฤษณกรี” เคยกล่าวไว้ว่า “องค์กรสมัยใหม่จะอยู่ยืนยาวได้ ต้องคิดถึงการให้สู่สังคมและสิ่งแวดล้อม” อันเป็นส่วนหนึ่งของที่มาในการที่ ปตท. เสนอเข้าร่วม โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 1 ล้านไร่ นับตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมา กล้าไม้ประดู่พระราชทานต้นแรกจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจของกลุ่ม ปตท. ในการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ ลดภาวะโลกร้อน รวมถึงการสร้างพลังของมวลชนรอบพื้นที่แปลงปลูกป่าของ ปตท. ให้เกิดความตระหนักและร่วมรักษาผืนป่าให้อยู่คู่ชุมชนได้ในระยะยาว

          ภารกิจของ ปตท.ได้รับการจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีน้อมเกล้าฯ ถวายโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 จำนวน 1 ล้านไร่ ณ พื้นที่ป่าชายเลน แปลงปลูกป่า FPT 29 และ 29/3 อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545

          จุดเริ่มต้นของการมองหาที่ดินในกรรมสิทธิ์ของ ปตท. เพื่อดำเนินการสร้างผืนป่า โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีที่ดินแปลงหนึ่ง ตั้งอยู่ริมถนนสุขาภิบาล 2 เขตประเวศ มีความเหมาะสมในการพัฒนาการสร้างป่าในเมืองให้เกิดขึ้นได้จริง เพื่อมุ่งการสร้างป่าที่มีสภาพที่เป็นป่าจริง มีสังคมของสิ่งมีชีวิตสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ทั้งคนและสัตว์ เป็นระบบนิเวศที่เกื้อหนุนกัน และมีสัตว์ขนาดเล็กเข้ามาอยู่อาศัย เพื่อเอื้อต่อสภาพการดำรงอยู่และความสัมพันธ์ของระบบนิเวศที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็ใกล้ชิดกับป่าได้ และอย่างน้อย...ลูกหลานเราก็มี "ป่า" ให้เรียนรู้แม้อยู่ในกรุง ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุงได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปลายปี 2555 ด้วยการศึกษาแนวคิดที่เกี่ยวกับการสร้างสวนป่าในเมือง และพันธ์ไม้พื้นถิ่นของกรุงเทพฯ เพื่อให้เป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องการปลูกป่าของ ปตท. และธรรมชาติดั่งเดิมของ กทม. ซึ่งมีเป้าหมายที่จะแล้วเสร็จในปี 2557 หลังจากนั้นจะเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในปี 2558 เพื่อให้ประชาชน สามารถเรียนรู้การปลูกป่าเชิงนิเวศแบบยั่งยืน เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของสวนป่าในเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่ รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานเรื่องป่าไม้ของ ปตท.

 

วัตถุประสงค์"ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง"           

  • การปลูกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นดั้งเดิม : เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เพิ่มคุณค่าทางระบบนิเวศ
  • การสร้างเนินดิน : เพิ่มพื้นที่ผิวดิน ธาตุอาหารและอินทรียวัตถุในดิน ช่วยในการระบายน้ำและระบายอากาศ
  • การปลูกถี่และไม่เป็นแถวเป็นแนว : เพื่อให้เกิดการคัดเลือกตามกฎการคัดเลือกตามธรรมชาติ
  • การปลูกหลายชั้นเรือนยอด : เพื่อเลียนแบบเชิงโครงสร้างจากป่าธรรมชาติ
  • การคลุมฟางข้าวรอบโคนต้น : เพื่อช่วยเก็บรักษาความชื้นในดิน อินทรียวัตถุ และความร่วนซุยของดิน

ขั้นตอนการปลูกป่านิเวศในพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง ตามแนวคิดของ ศาสตราจารย์ ดร.อาคิระ มิยาวากิ (Miyawaki’s Method)

  • กำหนดตำแหน่ง ออกแบบรูปร่าง ให้มีความเป็นธรรมชาติและภูมิทัศน์ที่สวยงาม
  • กำหนดโครงสร้างเนินดินประกอบด้วย
    • ดินส่วนล่าง ใช้ดินเหนียว ค่า pH ประมาณ 4-8 ไม่มีสิ่งแปลกปลอมปนอยู่
    • ดินส่วนกลาง ใช้ดินเหนียว ค่า pH ประมาณ 4-8 ไม่มีสิ่งแปลกปลอมปนอยู่ ผสมกับทรายขี้เป็ดอัตราส่วน 2 : 1 ปั้นขึ้นรูปเนินดินต่อจากดินถม
    • ดินส่วนบน (Top soil) เป็นหน้าดินชั้นบนสุดใช้สำหรับปลูกต้นไม้ ประกอบด้วยหน้าดิน ค่า pH ประมาณ 6.0-7.5 อัตราส่วน แกลบดิน 1 : ขุยมะพร้าว 1 และปุ๋ยคอก ตากแดดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันในอัตราส่วน 3:2:1 แล้วนำดินที่ผสมแล้วถมเป็น Top soil
  • หลังจากสร้างเนินดินแล้ว ทิ้งไว้ 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้กระบวนการหมัก (Fermentation) ของวัสดุปลูกสมบูรณ์ พร้อมที่จะปลูกต้นไม้

การสร้างเนินดินศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง มีวิธีการและขั้นตอนดังนี้

  • สำรวจชนิดป่า และชนิดพันธุ์ไม้ดั้งเดิมของพื้นที่
  • เก็บรวบรวมเมล็ดไม้ชนิดต่างๆ
  • เพาะเมล็ดไม้ในเรือนเพาะชำ มีขั้นตอนดังนี้
    • การเพาะเมล็ดในกระบะเพาะ (วิธีการเตรียมเมล็ดขึ้นอยู่กับชนิดไม้)
    • เมื่อเมล็ดงอก และมีใบจริง 2-3 ใบ จึงย้ายกล้าลงถุงดำ ขนาด 2x6 นิ้ว วางในเรือนเพาะชำที่พรางแสง 60 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 1-2 เดือน
    • เมื่อระบบรากของกล้าพัฒนาจนเต็มถุงดำ โดยสังเกตรากที่แทงลงก้นถุง ให้เปลี่ยนถุงดำที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และวางในเรือนเพาะชำที่พรางแสง 40 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 1-2 เดือน
  • เตรียมกล้าไม้สำหรับปลูก
  • เตรียมหลุม และการคละกล้าไม้
    • ใช้ไม้ไผ่ทำเป็นหลัก Stake ยาว 80 -100 เซนติเมตร ปักหมายแนวปลูก โดยมีระยะของการปลูกประมาณ 3-4 ต้นต่อตารางเมตร และปลูกแบบสุ่ม ไม่เป็นแถวเป็นแนว
    • ขุดหลุมตามไม้หลักหมายแนว โดยให้ขนาดของหลุมเป็น 1.5 เท่าของตุ้มดิน ทั้งความกว้างและความลึกของหลุม
    • การขนกล้าไม้สำหรับปลูก โดยมีการคละชนิดและชั้นเรือนยอดของกล้าไม้ในภาชนะขนกล้าไม้
    • นำตุ้มดินของกล้าไม้ที่คละไว้ในภาชนะจุ่มน้ำให้ดินอิ่มตัวด้วยน้ำ แล้วจึงลำเลียงกล้าไม้ไปปลูกบนเนินดินตามหลุมที่เตรียมไว้
  • เทคนิควิธีการปลูก
    • ใช้มือกำรอบตุ้มดินให้แน่นพอประมาณ
    • แกะถุงดำออกโดยการฉีกถุง หรือดึงก้นถุงให้ถุงดำหลุดออก (ระวังอย่าให้ตุ้มดินแตก หรือรากเสียหาย)
    • วางกล้าไม้ลงหลุมให้ลำต้นตั้งตรง โดยให้บริเวณคอรากของกล้าไม้เสมอกับขอบหลุม จากนั้นกลบดินและกดให้แน่นพอประมาณ
    • ใช้ไม้หลักปักข้างลำต้นของกล้าไม้ แล้วใช้เชือกฟางผูกยึดกล้าไม้กับไม้หลักที่ระดับความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร
    • ใช้ฟางข้าว หรือหญ้าแห้งคลุมรอบบริเวณโคนกล้าไม้ที่ปลูก เพื่อช่วยชะลอการระเหยของความชื้นในดิน
  • การดูแล บำรุงรักษาป่าภายหลังดำเนินการปลูก
    • การให้น้ำ หลังจากปลูกแล้วต้องมีการให้น้ำต้นไม้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในฤดูแล้ง ไม่ปล่อยให้ ดินแห้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้
    • การกำจัดวัชพืช วัชพืชที่ขึ้นต้องมีการกำจัดออกโดยเฉพาะช่วงระยะปีแรก และเมื่อเจริญเติบโตไปแล้ว 1-2 ปีจะมีร่มเงามากขึ้น ซึ่งต้นไม้จะสามารถควบคุมวัชพืชได้ด้วยตัวเอง

          การดูแล บำรุงรักษา เช่น การกำจัดวัชพืช การให้น้ำ สำหรับการสร้างป่านิเวศตามแนวคิดของ ศาสตราจารย์ ดร.อาคิระ มิยาวากิ (Miyawaki’s Method) นั้น มีความจำเป็นเพียงในช่วง 2-3 ปีแรก หลังจากนั้นจะปล่อยให้ธรรมชาติจัดการตัวเอง ซึ่งจะทำให้ได้ป่านิเวศที่ใกล้เคียงกับป่าธรรมชาติดั้งเดิม