อาสา ป้องกัน “ไฟป่า”

อาสา ป้องกัน “ไฟป่า”

.

โครงการฝึกอบรมอาสาสมัครป้องกันไฟป่า เริ่มเมื่อปีพ.ศ. 2538 จนถึงสิ้นปีพ.ศ. 2542 มีผู้ผ่านการอบรม 77 รุ่น จํานวน 8,470 คน

.

ไฟป่า นับเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการรักษาป่า ไฟป่าทํา ให้ผืนป่าถูกทําลายเสียหาย และทําให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างเชื่องช้า ลูกไม้ที่ถูกไฟเผาผลาญทุกปี จะไม่มีโอกาสเติบโตเป็นไม้ใหญ่

.

 ในทางตรงข้าม หากสามารถป้องกันไฟป่าได้อย่างต่อเนื่อง ป่าจะทวี ความชุ่มชื้น และลูกไม้จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ไฟป่านอกจาก ส่งผลเสียหายต่อป่าไม้ สัตว์ป่าและสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในป่าแล้ว ยังส่งผล กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งดิน น้ำอากาศ กล่าวคือส่งผลต่อระบบ นิเวศโดยรวม

.

จากข้อมูลของกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุชัดเจนว่า การเกิดไฟป่า ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงตั้งแต่เดือน มกราคมถึงพฤษภาคม อันเป็นช่วงที่แห้งแล้งที่สุดของรอบปี ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากคน จากการเผาวัชพืชในไร่ของราษฎร
ที่อาศัยอยู่โดยรอบผืนป่า หรือเกิดจากพรานอาชีพและพรานสมัครเล่นที่เผาหญ้าคาเพื่อให้หญ้าระบัดล่อสัตว์ป่าออกมาหากินจะได้ สะดวกต่อการไล่ล่า

.

ด้วยตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว ปตท. จึงได้จัดโครงการ ฝึกอบรมอาสาสมัครป้องกันไฟป่าแก่ชาวบ้านรอบพื้นที่แปลงปลูกป่า ของ ปตท. โดยผู้เข้าอบรมจะได้รับความรู้เกี่ยวกับคุณประโยชน์ของป่าต่อการดํารงชีวิต ความรู้เกี่ยวกับโทษและอันตรายของไฟป่า นอกจากนั้น ยังได้รับการฝึกปฏิบัติการดับไฟป่า ทําแนวกันไฟ ผู้ผ่านการอบรม จะได้รับประกาศนียบัตร และชุมชนจะได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ ดับไฟป่า ในการอบรมแต่ละครั้ง ปตท. ได้ประสานงานกับนายอําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ประจําแปลงปลูก รับสมัคร และคัดเลือกผู้เข้ารับการอบรมครั้งละประมาณ 100 คน ใช้เวลา อบรม 3 วัน

.

ด้วยตระหนักถึงมหันตภัยจากไฟป่า เมื่อถึงช่วงสุดท้าย ของการฝึกอบรม ผู้เข้ารับการอบรมในแต่ละพื้นที่จึงร่วมแรงร่วมใจ ตั้งกลุ่มอาสาสมัครป้องกันไฟป่าของชุมชนขึ้น โดยจัดเวรยามเฝ้าดู ป่าอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้กําลังคนในชุมชนของ แต่ละหมู่บ้านสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเฝ้าป่า มาเฝ้าดูไฟไม่ให้เกิด ขึ้นในผืนป่าของชุมชนของคนทั้งประเทศ