สัก (Tectona grandis )

ชื่อพฤกษศาสตร์
Tectona grandis

วงศ์
LAMIACEAE

ชื่อพื้นเมือง
เคาะเยียโอ, ปายี้, ปีฮี, ปีฮือ, เป้อยี, เส่บายี้

ลักษณะทางนิเวศวิทยา (การกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติ)
ขึ้นตามพื้นที่ที่เป็นภูเขา แต่ในพื้นที่ราบที่น้ำไม่ขัง ในพื้นที่ที่เป็นดินปนทรายแต่น้ำไม่ขัง ไม้สักมักขึ้นเป็นหมู่ไม้สักล้วน ๆและมีไม้ขนาดใหญ่ ชอบพื้นที่ที่มีชั้นดินลึก การระบายน้ำดี ไม่ชอบดินแข็งและน้ำท่วมขัง ปริมาณน้ำฝน ระหว่าง 1,200-2,000 มม. ต่อปี ความสูงจาก ระดับน้ำทะเลปานกลางไม่เกิน 700 เมตร และมีฤดูแล้งแยกจากฤดูฝนชัดเจนจะทำให้ไม้สัก มีลวดลายสวยงาม

ชนิดป่าที่พบ
ป่าเบญจพรรณ

 

ลักษณะทางวนวัฒนวิทยา

ลำต้น / ลักษณะเนื้อไม้
เนื้อไม้สีเหลืองทอง ถึงสีน้ำตาลแก่ มีลายเป็นเส้นสีน้ำตาลแก่แทรก เสี้ยนตรง เนื้อหยาบ แข็งปานกลาง เลื่อยใสกบ ตกแต่งง่าย

ใบ
ใบใหญ่ ความกว้าง 25-30 ซม. ความยาว 30-40 ซม. รูปใบรีมน หรือรูปไข่กลับ แตกจาก กิ่งเป็นคู่ ๆ ท้องใบสากหลังใบสีเขียว แกมเทา มีขนปกคลุม

ดอก
ดอก เล็กสีขาวนวล ดอกมีกาบหุ้มดอกเป็นรูปเรียวยาวประมาณ1 เซนติเมตรดอกมีกลีบ ดอก 5 แฉก ดอกมีขนาดเล็กสีขาว ออกเป็นช่อใหญ่ ๆ ตามปลายกิ่ง

ผล
ผลค่อนข้างกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 ซม. ผลหนึ่งมีเมล็ดใน 1-4 เมล็ด เปลือกแข็ง มีขนสั้น ๆ นุ่ม สีน้ำตาลหุ้มอยู่

 

การขยายพันธุ์

การเพาะเมล็ด นำเมล็ดแช่น้ำ 2 วัน สลับผึ่งแดด 1 วัน รวม 15 วัน แล้วหว่านในแปลงเพาะให้กระจัดกระจายทั่วกัน กลบด้วยวัสดุเพาะชำ สูงประมาณ 3-5 มิลลิเมตร แปลงเพาะควรอยู่กลางแจ้ง เมล็ดสักจะงอกไม่พร้อมกัน บางเมล็ดงอกภายใน 3 สัปดาห์ บางเมล็ด 2 ปีจึงงอก เมื่อกล้ามีเส้นผ่าศูนย์กลางระดับคอรากประมาณ 1.5-2 ซม.ถอนกล้าสักจากแปลงเพาะเมล็ด นำมาแต่งเหง้าสัก โดยใช้มีดตัดส่วนของลำต้นให้เหลือตาเหนือคอราก ไว้ 1-2 คู่ ส่วนรากแก้ว ตัดให้เหลือยาวประมาณ 15-20 ซม. ตัดรากฝอยออกให้หมด แล้วนำเหง้าสักที่เตรียมเสร็จแล้ว ย้ายชำลงถุงพลาสติกที่บรรจุดินผสมไว้แล้ว โดยปักชำเหง้าสักในถุง ในระดับคอรากอัดดินที่โคนรากและคอรากให้แน่น วางเรียงไว้ในเรือนเพาะชำรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง ดูแลรักษาจนกล้าไม้เจริญเติบโตได้ขนาดสูงประมาณ 30 ซม. ก็นำไปปลูกได้ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อการปลูกสร้างสวนป่าในเชิงธุรกิจ โดยหวังว่า ผลที่ได้จากการปลูกสร้างสวนป่าโดยวิธีนี้ จะได้ผลดีกว่าการปลูกโดยใช้กล้าสักจากเมล็ดคือ ต้นสักจะมีลักษณะดีเหมือนต้นแม่ทุกประการ

ช่วงเวลาออกดอก-ผลดอก

ออกดอกเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ผลแก่ในราวเดือน พฤศจิกายน-มกราคม

 

การใช้ประโยชน์

เนื้อไม้
เนื้อไม้ เนื้อไม้ มีราคาแพง เนื่องจากมีลายสวยงามแข็งแรงทนทาน เลื่อย ผ่า ไสกบตบแต่ง และชักเงาได้ง่าย ใช้ทำเครื่องเรือนและในการก่อสร้างบ้านเรือน ปลวก มอด ไม่ชอบทำลายเพระมีสารพวกเทคโทควิโนน(Tectoquinone) ที่แมลงไม่ชอบ

 

แหล่งอ้างอิง

http://th.wikipedia.org
www.bedo.or.th