ชงโค (Bauhinia purpurea)

ชื่อพฤกษศาสตร์
Bauhinia purpurea

วงศ์
FABACEAE

ชื่อพื้นเมือง
เสี้ยวดอกแดง, กะเฮอ, สะเปซี, เสี้ยวหวาน

ลักษณะทางนิเวศวิทยา (การกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติ)
ในประเทศไทยพบขึ้นปะปนอยู่กับต้นไม้ชนิดอื่นๆ ในป่าโปร่งผสม ทางภาคเหนือและภาคกลางจะพบมากกว่าภาคอื่น

ความสำคัญ

ชงโคใช้ปลูกเป็นไม้มงคล เนื่องจากมีความเชื่อว่า เป็นต้นไม้ของพระนารายณ์ตามความเชื่อในศาสนาฮินดู รวมถึงตามความเชื่อของคนไทยเองตามวรรณกรรมต่างๆยังเกี่ยวข้องกับศาสนาฮินดู ซึ่งจะช่วยปกปักษ์รักษาให้คนในครอบครัวมีความสุก ไม่มีอันตรายเข้ามาย่ำกราย

 

ลักษณะทางวนวัฒนวิทยา

ลำต้น / ลักษณะเนื้อไม้
เป็นไม้ยืนต้นสูงประมาณ 5-15 เมตร กิ่งอ่อนมีขนปกคลุม 

ใบ
ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหัวใจ ปลายใบเว้าลึกมาก ปลายใบทั้งสองด้านกลมมน มองดูคล้ายใบ แฝดติดกัน ใบทั้งสองด้านมักพันเข้าหากันเหมือนปีกผีเสื้อ โดยเป็นต้นไม้ที่ผลัดใบในช่วงฤดูหนาว (ปลายปี) ชงโคจะผลัดใบจนเหลือติดต้นน้อย  แล้วจะผลิใบในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม   หลังจากนั้นก็จะเริ่มทยอยออกดอกมาเรื่อยๆ

ดอก
เมื่อดอกบาน ดอกจะส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ดอกสามารถออกได้ตลอดทั้งปี โดยจะออกดอกเป็นช่อสะพรั่งตามปลายกิ่งสวยงาม มีม่วงอมสีชมพูถึงสีม่วงแดง รูปทรงคล้ายดอกกล้วยไม้  แต่ละช่อมีดอกย่อยราว 6-10 ดอก แต่ละดอก มีกลีบย่อย 5 กลีบ ตรงกลางดอกมีเกสรตัวผู้เป็นเส้นยาว 5 เส้น ยื่นไป ด้านหน้าและปลายโค้งขึ้นด้านบน มีเกสรตัวเมียอยู่ตรงกลาง 1 เส้น มีความยาวและโค้งขึ้นสูงกว่า เกสรตัวผู้ ดอกบานเต็มที่กว้างราว 7-9 เซนติเมตร กลีบดอกชงโคมีสีชมพูถึงม่วง แดง ผันแปรไปตามสายพันธุ์ของแต่ละต้นที่เกิดจากการเพาะเมล็ด ดอกจะทยอยออกหลังใบอ่อนเริ่มผลิใหม่ช่วงหลังเดือนเมษายน แต่จะออกดอกดก สะพรั่งเต็มต้นเป็นพิเศษในช่วงอากาศหนาวๆ

ผล
ผลลักษณะเป็นฝักแบนคล้ายฝักถั่ว ฝักจะเริ่มทยอยติดตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม จนแก่ในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม ฝักแก่จะมีสีน้ำตาล และเมื่อแก่จัดจะมีสีดำ ขนาดกว้างราว 1.5 เซนติเมตร ยาว 15-20 เซนติเมตร เมล็ดค่อนข้างแบน ฝักแก่จะแตกออกเป็นสองซีก ตามความยาวของฝัก 

 

การขยายพันธุ์ / การปลูกและการดูแล 

ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด การตอนกิ่งหรือปักชำ สำหรับเมล็ดที่ใช้ในการเพาะ ควรเป็นเมล็ดที่ได้จากฝักแห้ง ทั้งที่แห้งบนต้นหรือฝักที่ร่วงแล้ว ซึ่งจะเก็บได้ประมาณช่วงเดือนก่อนถึงปลายปี ชงโคเป็นต้นไม้ที่ถือว่าโตเร็วชนิดหนึ่ง ที่ปลูกในเวลา 1-2 ปี สามารถโตได้ถึง 2-3 เมตร และเป็นต้นไม้ที่ชอบแสง ปลูกเลี้ยงง่าย ทนโรคทนแมลง ไม่เลือกสภาพอากาศ อยู่เมืองร้อนได้ ชงโคเป็นต้นไม้ที่ชอบแดด ควรจะปลูกในที่ที่ได้รับแสงแดดเต็มวัน   ดินที่ปลูกควรเป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย หรือดินที่ระบายน้ำดี  หรือเป็นดินที่แห้งเล็กน้อย ถ้าดินชื้นแฉะเกินไปจะออกใบเยอะเกินไป ถ้าอยากให้ออกดอกมากๆ ต้องปล่อยให้ดินแห้งพอสมควร   

ช่วงเวลาออกดอก-ผลดอก

ออกดอกระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม ฝักแก่ระหว่างเดือนตุลาคมถึงมกราคม

 

การใช้ประโยชน์

ชงโคเป็นไม้ที่นิยมปลูกเพื่อใช้ประดับสวยงาม และเพื่อชมดอก รวมถึงชงโคในช่วงแตกใบใหม่ จะมีทรงพุ่มหนาทำให้เป็นร่มเงาได้เป็นอย่างดี ส่วนใหญ่แล้วนักจัดสวนจะใช้ชงโคสร้างร่มเงาให้สวน เพราะเป็นไม้ยืนต้นขนาดไม่ใหญ่โตมาก กินพื้นที่ปลูกไม่มาก ทรงพุ่มก็แผ่กว้าง ดอกสีสวย ให้ดอกเรื่อยๆ ตลอดปี ดอกยังให้กลิ่นหอมอ่อนๆ ให้ได้ชื่นใจ  

ใบ
ใบ บดละเอียดใช้ฟอกฝี แผล
ดอก / ผล / เมล็ด
ดอกแก้พิษไข้ร้อนจากเลือดและน้ำดี เป็นยาระบาย
อื่นๆ
เปลือกต้นแก้ท้องเสีย แก้บิด

 

แหล่งอ้างอิง