กาหลง (Bauhinia acuminata )

ชื่อพฤกษศาสตร์ 
Bauhinia acuminata 

วงศ์
FABACEAE 
ชื่ออื่นๆ
กาแจ๊ะกูโด, โยธิกา, ส้มเสี้ยว, เสี้ยวน้อย


ลักษณะทางนิเวศวิทยา 
พบขึ้นอยู่ตามธรรมชาติในป่าเบญจพรรณของทุกภาคของประเทศ มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคมาเลเซียแถบเกาะชวา บอร์เนียว ฟิลิปปินส์ และหมู่เกาะซุนดาน้อย เป็นไม้ประดับทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 


ลักษณะทางวนวัฒน์วิทยา  

ลำต้น / เรือนยอด
ไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 1-3 เมตร กิ่งอ่อนมีขนทั่วไป กิ่งแก่ผิวค่อนข้างเกลี้ยงไม่ค่อยมีขน
ใบ
ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปไข่เกือบกลม กว้าง 9-13 เซนติเมตร ยาว 10-14 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวอ่อน กาหลงเป็นต้นไม้ที่ผลัดใบ ช่วงเดือนพฤศจิกายนจนถึงธันวาคมก็จะเริ่มทิ้งใบให้เห็น แล้วจะเริ่มแตกใบอ่อนออกมาอีกครั้งในช่วงเดือนเมษายนจนถึงพฤษภาคม


ดอก
ดอกสีขาว  มีกลิ่นหอมอ่อน  ออกเป็นช่อแบบช่อกระจะสั้นๆ  ออกตรงข้ามกับใบที่อยู่ตอนปลายกิ่ง ช่อละ 3-10 ดอก


ผล
ผลแห้ง เป็นฝักแบน คล้ายรูปขอบขนาน กว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ยาว 9-15 เซนติเมตร ปลายและโคนฝักสอบ แหลม ปลายฝักมีติ่งแหลม เมล็ดขนาดเล็ก รูปขอบขนาน


การขยายพันธุ์
ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการตอนและการเพาะเมล็ด หากปลูกจากเมล็ดจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2-4 ปีจึงจะออกดอกและติดฝัก

การเจริญเติบโต
ต้นกาหลงเป็นพันธุ์ไม้ที่มีอัตราการเจริญเติบโตปานกลาง เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี ชอบความชื้นปานกลางและชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ปลูกเลี้ยงได้สบาย ไม่ต้องการปุ๋ยมาก และขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด เพราะสามารถจับปุ๋ยจากอากาศได้เอง แต่ควรปลูกไม้พุ่มเตี้ยด้านหน้าเพื่อใช้บังโคนต้นที่เปิดโล่งอยู่ของต้นกาหลง

การใช้ประโยชน์
ต้นกาหลงนิยมนำมาใช้ปลูกเป็นไม้ประดับกลางแจ้งในบริเวณอาคารบ้านเรือน และใช้ปลูกตามที่สาธารณะ มีดอกสีขาวสวยงามและมีกลิ่นหอม  ดอกสามารถใช้รับประทานได้ และชาวเขาจะนิยมใช้ยอดอ่อนมารับประทาน

ช่วงเวลาออกดอก
สามารถออกดอกได้ตลอดปี

 

 

แหล่งอ้างอิงข้อมูลและภาพ
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
หมอชาวบ้าน
Medthai
AKANEK