การวิจัยข้อมูลฐานด้านทรัพยากรน้ำ พื้นที่โครงการป่าวังจันทร์ จังหวัดระยอง

การวิจัยข้อมูลฐานด้านทรัพยากรน้ำ พื้นที่ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ จังหวัดระยอง
 


 

วิธีการศึกษาทรัพยากรน้ำ
          พื้นที่ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ ดำเนินการศึกษาลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ได้แก่ ข้อมูลปริมาณน้ำฝน บริเวณพื้นที่ในรอบ 30 ปี เส้นชั้นความสูงของพื้นที่ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ ในการออกแบบการการจัดการน้ำจึงมุ่งเน้นใช้แนวทางธรรมชาติ เช่น การใช้หินทิ้ง ฝายแม้วบริเวณพื้นที่ปลูกป่า และการใช้ร่องน้ำธรรมชาติในการผันน้ำ ลงสู่บ่อน้ำขนาดเล็กและใหญ่ กระจายทั่วพื้นที่เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับแปลงปลูกป่าในระยะเริ่มต้นและช่วยสร้างภูมิทัศน์และระบบนิเวศน์ให้แก่สิ่งมีชีวิตอีกด้วย ทั้งนี้ พื้นที่บ่อน้ำ ระบบจัดการน้ำทั้งหมดรวม 48.3 ไร่ คิดเป็น 13.6% ของพื้นที่โครงการทั้งหมด มีความจุน้ำรวมทั้งหมด 143,800 ลบ.ม. ให้มีลักษณะการกระจายน้ำตามแรงโน้มถ่วงตามเส้นชั้นความสูงของพื้นที่ ตามธรรมชาติ 

          การศึกษาด้านทรัพยากรน้ำในครั้งนี้เพื่อเป็นข้อมูลฐานเบื้องต้นในพื้นที่ศึกษา พื้นที่และชุมชนโดยรอบ รวมถึงสภาพอากาศ ใช้ประกอบการพิจารณาแนวทางการเก็บ วิเคราะห์ข้อมูลที่จำเป็นและเหมาะสมในอนาคต ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการน้ำแบบผสมผสานที่มุ่งเน้นการประสาน การพัฒนาคู่กับท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่ความสมดุลและความยั่งยืน 
          การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลฐานด้านทรัพยากรน้ำนั้น ศึกษาทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ประกอบด้วยการสัมภาษณ์ การรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ การเก็บข้อมูลปฐมภูมิในพื้นที่ศึกษาและพื้นที่ใกล้เคียง และการศึกษาแนวโน้มของสภาพอากาศแนวโน้มของสภาพอากาศที่ศึกษา คือ อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ปริมาณการระเหยจากถาด และปริมาณน้ำฝน โดยขอข้อมูลสถิติย้อนหลัง 30 ปี (พ.ศ. 2528 – 2557) จากสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดระยอง เพื่อใช้เป็นค่ามาตรฐานในการพิจารณาแนวโน้มในคาบ 10 ปี (พ.ศ. 2548 – 2557) 
          การศึกษาด้านคุณภาพน้ำรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เช่นเดียวกับการศึกษาด้านปริมาณน้ำ มีการสำรวจการใช้สารป้องกันและกำจัดศัตรูพืช นอกจากนี้มีการเก็บตัวอย่างน้ำจำนวน 3 ครั้งในปี พ.ศ. 2558 จุดเก็บตัวอย่างน้ำ จำนวน 7 จุด พารามิเตอร์ที่ตรวจวิเคราะห์จำนวน 19 พารามิเตอร์ และประเมินคุณภาพของแหล่งน้ำผิวดินโดยใช้ดัชนีคุณภาพน้ำทั่วไป (Water Quality Index: WQI) สำหรับผลการวิเคราะห์น้ำบาดาลเป็นข้อมูลที่เก็บตัวอย่างและทดสอบโดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลปี พ.ศ. 2557

 

ผลการศึกษาทรัพยากรน้ำ

          ผลการศึกษาพบว่า แนวโน้มของสภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปีในคาบ 10 ปี เท่ากับ 1,422.6 มิลลิเมตร จะสูงกว่าปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปีในคาบ 30 ปี ที่มีค่าเท่ากับ 1,401.3 มิลลิเมตร
          ปริมาณน้ำ ความไม่แน่นอนของปริมาณน้ำท่าตามธรรมชาติทั้งในเรื่องปริมาณน้ำ อัตราการไหลและระยะเวลา ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากลำน้ำสาธารณะ เช่น คลองหินดาด คลองขุนอินทร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้สถานการณ์ภัยแล้งจะเกิดได้ทุก 1-3 ปี อย่างไรก็ตามความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากรน้ำร่วมกันมีน้อยมาก 
          คุณภาพน้ำ ผลตรวจวัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่ฤดูฝนจะมีคุณภาพน้ำที่ดีกว่าฤดูแล้ง เนื่องจากมีปริมาณน้ำมากกว่าในการเจือจางสิ่งสกปรก ตรวจพบค่าที่สูงผิดปกติบางพารามิเตอร์ แต่เกิดจากสภาพน้ำนิ่งและกิจกรรมในพื้นที่ในช่วงนั้น (ล้างบ่อน้ำ แล้วปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำ) ส่วนใหญ่น้ำจะมีสีเหลือง ขุ่นจากตะกอนดิน/ทราย ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความตื้นเขินของแหล่งกักเก็บน้ำต่าง ๆ น้ำไม่มีกลิ่นที่ผิดปกติ น้ำผิวดินจะมีลักษณะเป็นน้ำอ่อน ปริมาณฟอสฟอรัสสูงกว่าค่าปกติในแหล่งน้ำตามธรรมชาติทั่วไป อาจเกิดจากการปนเปื้อนจากการใช้ปุ๋ย หรือสิ่งขับถ่ายของคน/สัตว์เลือดอุ่นทั้งที่มาจากในพื้นที่โครงการป่าวังจันทร์เองและพื้นที่โดยรอบ ตรวจไม่พบสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์กลุ่มออร์กาโนคลอรีนและกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต แต่จากการสำรวจมีการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์กลุ่มอื่น ๆ ด้วย น้ำบาดาลจากบ่อในโครงการป่าวังจันทร์จะเป็นน้ำกระด้างปานกลางและมีฟลูออไรด์ในปริมาณค่อนข้างสูง เหมาะสำหรับใช้ในการเกษตรแต่อนุโลมให้ใช้บริโภคได้ ในภาพรวมของพื้นที่ไม่มีแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคที่เหมาะสม การประเมินคุณภาพน้ำโดยใช้ WQI พบว่าในฤดูแล้ง ได้คะแนน 49-50 (เสื่อมโทรม) ในฤดูฝนได้คะแนน 68-84 (พอใช้หรือ ดี)