การวิจัยข้อมูลฐานด้านทรัพยากรพืช พื้นที่ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ จังหวัดระยอง

การวิจัยข้อมูลฐานด้านทรัพยากรพืช พื้นที่ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ จังหวัดระยอง
 

          การพัฒนาศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการฟื้นฟูป่าอย่างครบวงจร ในพื้นที่ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง มีแหล่งทรัพยากรป่าต้นน้ำสำคัญ ได้แก่ เขาขุนอินทร์ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของอำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี และอำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง และอำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง  สถาบันปลูกป่า ปตท. จึงร่วมกับคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินโครงการโครงการวิจัยข้อมูลฐานด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชนสำหรับโครงการปลูกป่าอย่างยั่งยืนของ ปตท. ในพื้นที่วังจันทร์ จังหวัดระยอง 

 

 

วิธีการศึกษาทรัพยากรพืชบริเวณพื้นที่เขาขุนอินทร์ บริเวณศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์
          การสำรวจทรัพยากรด้านพืช เป็นการศึกษาความหลากหลายชนิดและโครงสร้างของสังคมพืชในพื้นที่ศึกษาบนเขาขุนอินทร์ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง พื้นที่ศึกษาป่าธรรมชาติ เป็นสังคมป่าดิบแล้งที่เคยผ่านการรบกวนจากกิจกรรมมนุษย์และเป็นป่าที่กำลังฟื้นตัวของพันธุ์ไม้ต่างๆ จนกลายสภาพเป็นป่า ในพื้นที่ศึกษา การวิจัยได้ศึกษาทรัพยากรด้านพืชในแปลงศึกษารูปวงกลมขนาด 100 ตารางเมตรจำนวน 100 แปลง ห่างกัน 40 เมตรโดยประมาณ พื้นที่แปลงศึกษารวม 1 เฮคเตอร์ 
          การวางแปลงศึกษาได้จำแนกลักษณะของสังคมพืชออกเป็น ไม้ใหญ่ (Tree) ไม้หนุ่ม (Sapling) และกล้าไม้หรือลูกไม้รวมพืชพื้นล่างปกคลุมดิน (Seedling and Ground Cover) ไม้ใหญ่ประกอบด้วยทั้งชนิดพันธุ์ไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม และไม้เถา ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 5 เซนติเมตร ไม้หนุ่มประกอบด้วยทั้งชนิดพันธุ์ไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม และไม้เถา ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-5 เซนติเมตร และกล้าไม้หรือลูกไม้ (Seedlings) ที่มีความสูงน้อยกว่า 1.3 เมตร รวมถึงพืชพื้นล่าง (Ground Flora) จากการศึกษาในพื้นที่ทั้ง 2 พบชนิดพันธุ์ทั้งหมด 224 ชนิดพันธุ์ 193 สกุล 77 วงศ์ 

ผลการสำรวจศึกษาทรัพยากรพืช
          จากการวางแปลงสำรวจป่าธรรมชาติพบว่ากล้าไม้หรือลูกไม้ที่เป็นโครงสร้างของสังคมทั้งชั้นเรือนยอดบน และชั้นเรือนยอดรอง มี 39 ชนิดพันธุ์ ในขณะที่สวนยางพาราทิ้งร้างมีกล้าไม้หรือลูกไม้ที่เป็นโครงสร้างของสังคมทั้งชั้นเรือนยอดบน และชั้นเรือนยอดรอง มี 42 ชนิดพันธุ์


 

ผลการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ
          ลักษณะโครงสร้างของสังคมพืชสามารถแบ่งได้เป็น 4 ชั้น คือ เรือนยอดชั้นบน มีความสูงระหว่าง 25-35 เมตรในป่าธรรมชาติ และ 20-30 เมตรในสวนยางพาราทิ้งร้าง เรือนยอดชั้นรอง มีความสูงระหว่าง 15-25 เมตรในป่าธรรมชาติ และ 10-20 เมตรในสวนยางพาราทิ้งร้าง เรือนยอดชั้นพื้นล่าง มีความสูงไม่เกิน 15 เมตร ในป่าธรรมชาติ และมีความสูงไม่เกิน 10 เมตร ข้อมูลชนิดพันธุ์ที่ศึกษาพบชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น หายากควรค่าอนุรักษ์พันธุ์ ไม้หายาก พบรวมทั้งหมด 9 ชนิด ได้แก่ กล้วยค่าง / จำปูน / ข้าวหลามดง / มะป่วน / เทียนดำ / งุ้นผึ้งดำ / เทียนขโมย / มะคังดง / ลำบิดดง  และพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นในประเทศไทย พบในเขาขุนอินทร์ 2 ชนิด ได้แก่ เขือง (Wallichia caryotoides) และ สามเต้า (Pterospermum grande) 

 


การใช้ประโยชน์พันธุ์ไม้ของชาวบ้านในพื้นที่วังจันทร์
          ผลการศึกษาลักษณะของโครงสร้างการฟื้นตัวของป่า ทำให้ได้แนวทางในการรักษาผืนป่า นั่นคือ พันธุ์ไม้ที่มีทั้งลูกไม้หรือกล้าไม้ ไม้หนุ่มและไม้ใหญ่ นับเป็นพันธุ์ไม้ที่มีการต่อพันธุ์อยู่ตลอดเวลาตามระยะของการฟื้นตัวของป่า ส่วนพันธุ์ไม้ที่ไม่มีกล้าไม้หรือลูกไม้เป็นชนิดพันธุ์ที่ขาดช่วงการต่อพันธุ์ ในอนาคตอาจจะไม่พบชนิดพันธุ์นี้ในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์ชนิดพันธุ์ที่เหมาะสมเช่นกัน
          ชนิดพันธุ์พืชหายากพบจำนวนน้อยมาก ทั้งนี้เนื่องจากพื้นที่และปัจจัยในการดำรงชีวิตที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตมีจำกัด แต่กระนั้นก็ตามพื้นที่ศึกษาเป็นแหล่งที่พบพันธุ์พืชหายากทั้ง 2 พื้นที่ จึงควรอนุรักษ์พื้นที่นี้ ไม่ให้มีการรบกวนจากกิจกรรมมนุษย์ พร้อมกับศึกษาวิจัยเพิ่มเติมถึงแนวทางในการต่อพันธุ์ตามธรรมชาติของชนิดพันธุ์หายาก ในด้านประโยชน์ต่อชุมชน สามารถจำแนกตามการใช้ประโยชน์ของคนในพื้นที่ ออกมาได้ 8 ด้านใหญ่ๆ คือ อาหาร, ยา, พิษ, สร้างบ้าน, เฟอร์นิเจอร์, เผาถ่าน, ขาย และ อื่นๆ 
          แนวทางในการใช้ประโยชน์ พึ่งพาและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่น ด้านทรัพยากรพืช สำหรับแนวทางในการปลูกป่าในพื้นที่เกษตรกรรมหรือแปลงปลูกป่าที่อยู่ในเขตต่อเนื่องกับผืนป่าเขาขุนอินทร์ ควรคำนึงถึงชนิดพันธุ์ไม้ท้องถิ่น ควรพิจารณาให้มีการเพาะเมล็ดพันธุ์จากป่าในท้องถิ่นนั้นๆมาปลูกในพื้นที่เกษตรกรรม รวมทั้งมีองค์ความรู้ในการใช้ประโยชน์ จากการสัมภาษณ์ชาวบ้านที่เคยใช้ประโยชน์พันธุ์ไม้ในป่าพบว่า พันธุ์ไม้ที่มีคุณค่าสำหรับท้องถิ่นมีทั้งไม้เนื้อแข็ง และไม้เนื้ออ่อน ไม้เนื้อแข็ง ได้แก่ ตะเคียน สีเสียด ค้อ กะพ้อ มะค่า กันเกรา แดง คะนอง ประดู่ กระบาก ชัน ประดู่ ชิงชัน ตาเสือ หมีเหม็น เป็นต้น ส่วนไม้เนื้ออ่อน ได้แก่ กะพง สมพง ก่อ ทองหลาง ยางนา สะตอ ปออีเก้ง เป็นต้น