นกเงือก สัญลักษณ์แห่งรักแท้ และนักปลูกป่าแห่งภูผาสูง

         นกเงือกเป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของป่า ด้วยลักษณะพิเศษของจะงอยปากที่ใหญ่และแข็งแรง ทำให้นกเงือกสามารถกินลูกไม้ที่มีขนาดใหญ่อย่างต้นมาง ตาเสือใหญ่ และค้อ นกเงือกจึงเป็นนักปลูกต้นไม้ที่สำคัญและปลูกได้ในป่าสูงๆ ที่คนเรายากจะปีนป่ายไปถึง ข้อมูลวิจัยของ ดร.วิจักขณ์ ฉิมโฉม เลขาธิการมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก ระบุว่า แค่มีต้นไม้ที่รอดตายจากการถ่ายมูลของนกเงือก เพียงวันละ 1 เมล็ดในแต่ละวัน ผืนป่าทั้ง 3 แห่งดังกล่าว ก็จะต้นไม้เพิ่ม 700,000 ต้นแล้ว

 

         นกเงือกมี 55 ชนิดทั่วโลก เฉพาะในประเทศไทยพบ 13 ชนิด ในการศึกษาพื้นที่มรดกโลก 2 แห่ง คือ 1 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง นกเงือกคอแดงมีขนาดพื้นที่อาศัยตลอดปี 288 ตารางกิโลเมตร และมรดกโลกแห่งที่ 2 คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน พบว่า นกเงือกกรามช้าง มีพื้นที่อาศัยตลอดปี 995 ตารางกิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมไปถึงอุทยานแห่งชาติทับลาน ส่วนนกกกมีพื้นที่อาศัยตลอดปี 434 ตารางกิโลเมตร 

 

         งานวิจัยของโครงการศึกษาชีววิทยาและนิเวศวิทยาของนกเงือก ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า นกเงือกเป็นตัวกลางเชื่อมโยงดุลยภาพต่างๆ ในสังคมป่าเขตร้อนให้คงอยู่ ไม่เปลี่ยนแปลง นกเงือกอาจมีอายุยืนถึง 30 ปี แต่ละตัวสามารถช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ไม้มากกว่า 100 ต้น/สัปดาห์ ต้นไม้เหล่านี้จะมีอัตรารอดตายเติบโตเป็นไม้ใหญ่ราว 5 เปอร์เซ็นต์ หนึ่งชีวิตของนกเงือก จึงสามารถปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ป่าได้ถึงราว 500,000 ต้น

 

         หลายคนรู้ดีว่านกเงือกเป็นสัตว์ที่จับคู่ครั้งเดียวในชีวิต ชีวิตรักของนกเงือกจะเริ่มต้นราวกลางเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ช่วงนั้นนกเงือกอยู่กันเป็นคู่ ตัวผู้จะเที่ยวเสาะหาโพรงรัง ส่วนตัวเมียจะตามไปดูเพื่อตัดสินใจ เพราะตัวเองต้องอยู่ในบ้านหลังนั้นหลายเดือน ในผืนที่มีปัญหาการตัดไม้ จะส่งผลถึงการหาโพรงรัง เพราะนกเงือกไม่ได้สร้างเองเหมือนนกตัวเล็กๆ แต่อาศัยโพรงรังในต้นไม้ที่เกิดจากการเจาะของนกหัวขวาน โพรงที่เกิดจากรอยเล็บหมีมากินผึ้ง หรือโพรงที่เกิดจากฟ้าผ่าโพรงที่นกเงือกจะทำรังได้ต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 120 เซนติเมตร ความกว้างในโพรงประมาณ 40x50 เซนติเมตร มีความสูงของชั้นเรือนยอดไม่น้อยกว่า 30 เมตร ต้นไม้ใหญ่ที่มีลักษณะอย่างนี้ มักจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี ซึ่งปัจจุบันเหลือน้อยมาก นกเงือกจะใช้โพรงเดิมเป็นรังประมาณ 10 ปี จากนั้นก็จะเสาะหาโพรงรังใหม่

 

         แม้จะเป็นโพรงที่เกิดจากธรรมชาติ ก็ใช่ว่านกเงือกจะใช้ได้เสมอไป บางโพรงมีน้ำขังบางโพรงลึกเกินไป ปากแคบเกินไป ถ้าโพรงเก่าที่เคยใช้ในปีก่อนๆ เสียหาย นกเงือกก็ต้องตระเวนไพรหาใหม่ สรุปว่าถ้าไม่มีโพรงหรือหาโพรงไม่ได้ การขยายพันธุ์ของนกเงือกก็จะไม่เกิดขึ้น


         ที่ผืนป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นพื้นที่ติดกับแปลงปลูกป่า FPT 12/2 และ FPT 12 อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา แปลงปลูกป่าที่มีโอโซนเป็นอันดับ 7 ของโลกที่มีพื้นที่ 10,000 ไร่แห่งนี้ ปตท. เข้าไปดำเนินการปลูกป่าพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมเมื่อปี พ.ศ. 2540 และทุกวันนี้ชุมชนในพื้นที่รอบแปลงรวมตัวกันเป็นกลุ่มคนรักษ์นกเงือกทับลาน คอยเฝ้าสังเกตพฤติกรรมนกเงือกที่อาศัยอยู่บริเวณป่าผืนนี้ และเข้าไปช่วยกันซ่อมโพรงนกเงือก

 

         การซ่อมโพรงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องชักรอกตัวเองให้ไต่ต้นไม้ขึ้นไปถึงโพรงรัง ซึ่งอาจสูงถึง 30 เมตร อาสาสมัครจะสังเกตพฤติกรรม เฝ้าดูโพรงที่นกเงือกเคยทำรังว่าเป็นโพรงที่ใช้งานได้หรือเป็นโพรงร้าง ถ้าเป็นโพรงร้างก็ต้องหาสาเหตุว่านกเงือกเมินหนีเพราะอะไร ถ้ามีน้ำขังก็จะใช้วิธีเจาะรู ต่อท่อให้มีทางระบายน้ำออก ถ้าโพรงลึกเกินไป ก็เสียบไม้เสริมและถมดินให้โพรงตื้นขึ้น ถ้าปากโพรงแคบเกินไป ก็เจาะปากโพรงให้กว้างขึ้น หรือถ้าโพรงทรุดก็เทดินเสริม งานนี้ต้องทำให้เสร็จก่อนเดือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นกเงือกจะเริ่มเข้าโพรงรังเพื่อวางไข่

 

         ผลของการซ่อมโพรง ช่วยให้นกเงือกมีบ้านที่ใช้ขยายพันธุ์ทุกๆ ปีเมื่อถึงช่วงเวลาวางไข่ ตัวเมียจะ ‘แต่งบ้าน’ โดยใช้อาหารที่สำรอกออกมาคลุกเคล้ากับมูลตัวเอง เศษไม้และดิน เพื่อปิดปากโพรง เหลือเพียงช่องแคบเพื่อให้ตัวผู้ป้อนอาหาร และขังตัวเองอยู่ในโพรงเพื่อฟักไข่และเลี้ยงลูกนานประมาณ 3-4 เดือน 

 

         ใน 3 วัน หากตัวผู้ไม่นำอาหารมาป้อนตัวเมียก็จะกะเทาะปากโพรงเพื่อออกหากินแล้วทิ้งรังปล่อยให้ลูกนกเสียชีวิต หรือบางทีทั้งแม่ทั้งลูกก็เสียชีวิตภายในรัง เนื่องจากตัวเมียอยู่ในสภาพอ่อนแอและหากตัวใดตัวหนึ่งตายไป อีกตัวที่เหลือจะไม่จับคู่กับตัวอื่นอีก แต่จะอยู่เดียวดายไปตลอดชีวิต


         กเงือกที่อยู่รอดช่วยให้ระบบนิเวศป่าสมบูรณ์ แต่การดำรงชีวิตของนกเงือกต้องพึ่งพาสัตว์อื่น เพราะนกเงือกเจาะโพรงรังเองไม่ได้ โพรงที่เกิดจากเชื้อรา ปลวก ไปถึงหมีควายตามผึ้ง เป็นห่วงโซ่ชีวิตของนกเงือกจการอนุรักษ์ป่าจึงต้องครอบคลุมถึงการอนุรักษ์สัตว์ที่เป็นผู้ปลูกต้นไม้ตัวจริงที่ทำงานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ อย่างเช่น นกเงือกและชีวิตที่สัมพันธ์กับการขยายพันธุ์ของนกเงือกด้วย

 

         ถ้าลองคำนวณเป็นตัวเลข...

 

         นกเงือก 1 ตัว กินเมล็ดพืช 100 เมล็ดต่อวัน เมล็ดดังกล่าวมีอัตรางอกเป็นต้นไม้แค่ 5%
         ในหนึ่งปีมี 365 วัน นกเงือก 1 ตัว มีอายุเฉลี่ย 25 ปี จะสามารถเพิ่มต้นไม้ใหญ่ในป่าได้ถึง 45,625 ต้นต่อปี
         ป่าสมบูรณ์จึงต้องมีนกเงือกไม่ต่ำกว่า 500 ตัวในการสืบเผ่าพันธุ์ให้คงอยู่
         นกเงือกชนิดหนึ่งจะให้ต้นไม้แก่ป่า 22,812,500 ต้นต่อปี


         เมื่อหนึ่งชีวิตปลิดปลิว...ต้นไม้จะหายไปกี่ต้น?


อัลบั้มรูป