ธงพิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต

 

                   สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในพิธีพระราชทานธงและเข็มบุคคลดีเด่น โครงการธง ‘พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต’ ที่ผ่านการคัดเลือกตั้งแต่ ปี 2545-2558 จำนวน 133 หมู่บ้าน ชุมชน และเข็มบุคคลดีเด่น 40 คน ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา

                   โดยชุมชน หมู่บ้าน และบุคคล รอบพื้นที่แปลงปลูกป่า ปตท. ได้เข้าร่วมพิธีพระราชทานธงและเข็ม จำนวน 21 พื้นที่ โดยได้รับธงชั้นที่ 1 จำนวน 13 ธง ธงชั้นที่ 2 จำนวน 8 ธง และเข็มบุคคลดีเด่น จำนวน 10 คน ซึ่งสร้างความปิติยินดีและความภาคภูมิใจให้กับชาวบ้านอย่างยิ่ง โดยการที่จะได้รับพระราชทานธง ‘พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต’ ต้องมีการจัดตั้งองค์กรในการร่วมกันดูแลรักษาป่า แหล่งต้นน้ำลำธาร และสภาพแวดล้อม ให้เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ชุมชนต้องผ่านการฝึกอบรมโครงการราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) และอาสาสมัครป้องกันไฟป่า ไม่น้อยกว่า 1 ปี ส่วนการพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ดำเนินงานโดยคณะกรรมการ ‘ธงพิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต’ ซึ่งประกอบด้วย กองทัพภาค สำนักราชเลขานุการ (ราชเลขานุการในองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ) กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นคณะกรรมการพิจารณา เพื่อนำทูลเกล้าฯ ถวายรายงานต่อสำนักราชเลขานุการ เพื่อขอรับ ‘ธงพิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต’ และเข็มบุคคลดีเด่น

 

                   ปตท. ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมสนับสนุนและส่งเสริมให้ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ สืบเนื่องมาจากความสำเร็จของ โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 จำนวน 1 ล้านไร่ (413 แปลงปลูก) ตั้งแต่ปี 2537-2547 งานปลูกป่าที่ว่ายากแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ‘ป่าที่ปลูกต้องอยู่รอด’ กลยุทธ์ที่สำคัญอีกประการที่ ปตท. มองเห็นถึงความสำคัญ จึงได้เกิด ‘โครงการรักษาป่าระยะยาว’ โดยมีชุมชนรอบพื้นที่แปลงปลูกป่าได้เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากป่าอย่างพึ่งพิงซึ่งกัน และกัน และผ่านการอบรมโครงการราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) อาสาสมัครป้องกันไฟป่า จำนวน 148 รุ่น รวม 15,214 คน และเยาวชน ปตท. รักษาป่า จำนวน 142 รุ่น รวม 14,162 คน ทั้งนี้โครงการรักษาป่าระยาวยาว ได้ดำเนินการควบคู่กันกับงานปลูกป่าของ ปตท. เพื่อให้ป่าที่ปลูกนั้น อยู่รอดและเติบโตเป็นป่าใหญ่ให้ลูกหลานได้ใช้ประโยชน์ในอนาคต

                   จากผลงานวิจัยเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการปลูกป่าของ ปตท. (1 ล้านไร่เดิม) ช่วงระหว่างปี 2537-2557 (ระยะที่ 3) พบว่า ป่าสามารถ ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 30.27 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งสามารถชดเชยการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของรถยนต์ ส่วนบุคคลได้ประมาณ 969,652 คันต่อปี (คิดเป็น 2.8% ของจำนวนรถยนต์ขนาดเล็กทั้งประเทศ 34,681,811 คัน ในปี 2557) ปลดปล่อยก๊าซออกซิเจน สู่ชั้นบรรยากาศกว่า 24.22 ล้านตันออกซิเจน และประชาชนในพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์จากป่า คิดเป็นมูลค่าประมาณ 391.5 ล้านบาท ต่อปี หรือมูลค่าสะสมรวมประมาณ 7,830 ล้านบาท

                   สิ่งที่สำคัญไปกว่าภารกิจฟนื้ คืนพื้นที่ป่าให้กับประเทศคือ การดำรงรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้อยู่อย่างยั่งยืน ตลอดไปเพื่อคนรุ่นลูกหลานของเรา และ ปตท. คงทำเพียงลำพังไม่ได้ หากไม่มีภาคีเครือข่ายในทุกภาคส่วนของสังคมรวมใจมาช่วยกันสานต่อเจตนารมณ์ที่ก่อให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร เพื่ออยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข โดยพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันตลอดไป ดังคำที่ว่า ‘พิทักษ์ป่า...เพื่อรักษาชีวิต’

 

 

หลักเกณฑ์การพิจารณาพระราชทาน ‘ธงพิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต’

ธงชั้นที่ 1 มีช้างประกอบ 1 ตัวบนผืนธง จะพระราชทานให้แก่กลุ่มราษฎรที่ได้รวมตัวกันรักษาป่าจนเป็นที่ยอมรับ จากประชาชนในระดับ ตำบล อำเภอ จังหวัด มีการจัดตั้งองค์กรในการดูแลรักษาป่าไม้ ตั้งแต่ 1 ถึง 5 ปี มีกฎเกณฑ์คือ การดูแลรักษาและใช้ประโยชน์จากป่า มีพื้นที่ดูแลรักษาไม่น้อยกว่า 300 ไร่ สภาพป่าบางส่วนอยู่ในระหว่างฟื้นตัวตามธรรมชาติ ไม่มีการบุกรุกแผ้วถางป่าไม้


ธงชั้นที่ 2 มีช้างประกอบ 2 ตัวบนผืนธง จะพระราชทานให้แก่กลุ่มราษฎรที่ได้รวมตัวกันรักษาป่าจนเป็นที่ยอมรับ จากประชาชนทั่วไปในระดับภูมิภาคมีการจัดตั้งองค์กร ในการดูแลรักษาป่าไม้ ตั้งแต่ 5 ถึง 10 ปี มีกฎเกณฑ์คือการดูแลรักษาและใช้ประโยชน์จากป่า มีพื้นที่ดูแลรักษาไม่น้อยกว่า 500 ไร่ สภาพป่าบางส่วนอยู่ในระหว่างฟื้นตัวตามธรรมชาติ ไม่มีการบุกรุกแผ้วถางป่าไม้


ธงชั้นที่ 3 มีช้างประกอบ 3 ตัวบนผืนธง จะพระราชทานให้แก่กลุ่มราษฎรที่ได้รวมตัวกันรักษาป่าจนเป็นที่ยอมรับ จากชุมชนระดับท้องถิ่น จนถึงระดับประเทศมีการจัดตั้งองคกร์ในการดูแลรักษาป่า่ไม้ตั้ง แต่ 10 ปีขึ้นไปมีกฎเกณฑ์ในการดูแลรักษาและใช้ประโยชน์จากป่า อันไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อป่ามีพื้นที่ดูแลรักษาไม่น้อยกว่า 1,000 ไร่ สภาพป่าสมบูรณ์ ไม่มีการบุกรุกแผ้วถางป่าไม้