"เมล็ดพันธุ์แห่งความภักดี...ใต้ร่มพระบารมี" พลิกฟื้นคืนผืนป่า

"เมล็ดพันธุ์แห่งความภักดี...ใต้ร่มพระบารมี" พลิกฟื้นคืนผืนป่า 

               แปลงปลูกป่า FPT 49 เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวง ตำบลลำนางแก้ว อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ 26,675 ไร่ นับเป็นแปลงปลูกป่าผืนป่าขนาดใหญ่ที่สุดในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ใช้กล้าไม้มากกว่า 3 ล้านต้น 24 ชนิดพันธุ์ เพื่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ มีไม้เด่น อาทิ ประดู่ป่า สาธร แดง พะยูง เป็นต้น ผืนป่าแห่งนี้อยู่ในลุ่มน้ำมูลซึ่งเป็นป่าต้นน้ำของลำพระเพลิง ลำน้ำสาขาของ “แม่น้ำมูล” แม่น้ำสายหลักที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างไปบรรจบกับแม่น้ำชี ไหลลงแม่น้ำโขง และยังเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าดงพญาไฟในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำหน้าที่เสมือนผีปันน้ำแจกจ่ายน้ำลงแม่น้ำมูลและแม่น้ำชี ตลอดจนปันน้ำสู่แม่น้ำบางปะกงและแม่น้ำป่าสักอีกด้วย

 

               14 กรกฎาคม 2540 เป็นวันที่ราษฎรรอบผืนป่าตำบลลำนางแก้ว ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง และพนักงาน ปตท. ปลื้มปิติและหายเหนื่อย เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ซึ่งขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ณ แปลงปลูกป่า FPT 49 ทรงปลูกต้นประดู่ป่าเป็นต้นไม้ต้นที่ 100 ล้านในโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ ปตท. 

“ประดู่ป่าทรงปลูก” กลายเป็น “สัญลักษณ์”

ของความร่วมแรงร่วมใจในการพลิกฟื้นผืนป่าต้นน้ำแห่งภาคอีสานผืนนี้ 

วัตถุประสงค์การจัดกิจกรรม “เมล็ดพันธุ์แห่งความภักดี...ใต้ร่มพระบารมี” พลิกฟื้นคืนผืนป่า

1. เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2560
2. เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสืบสานพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และให้กล้าประดู่ป่าจากเมล็ดพันธุ์  “ต้นที่ 100 ล้าน” ได้หยั่งรากลึกและงอกงามทั่วแผ่นดินไทย ในรัชกาลที่ 10  
3. เพื่อเรียนรู้แบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จของการพลิกฟื้นคืนผืนป่า FPT 49 จากพลังความร่วมมือทุกภาคส่วน 

กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและรำลึกถึงต้นไม้ทรงปลูก “ต้นที่ 100 ล้าน”​ 

1. พิธีมอบกล้าประดู่ป่าจากเมล็ดพันธุ์ “ต้นที่ 100 ล้าน” จำนวน 165 ต้น ต่อหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้แก่ ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าร่วมและชุมชนรอบแปลงปลูกป่านำไปปลูกในท้องที่ของตนเองเพื่อความเป็นสิริมงคล
2. นิทรรศการถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จการพลิกฟื้นคืนผืนป่าแปลง FPT 49 จากพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนผ่านต้นที่ 100 ล้าน
3. กิจกรรมการเรียนรู้สร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า ร่วมกันระหว่างกลุ่มคนเมือง (พนักงานกลุ่ม ปตท. ชมรมพลังไทยใจอาสา กลุ่ม We Love PTT) กับ ชุมชนรอบแปลงปลูกป่า เช่น การทำโป่งเทียมและบำรุงแหล่งน้ำเพื่อสัตว์ป่า เป็นต้น 

5 ฐานกิจกรรมเรียนรู้ สร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ภายในแปลงปลูกป่า FPT 49  

 ฐานเรียนรู้ที่ 1 ไม่ใช่อาหารแต่ขาดไม่ได้ โป่ง คือ บริเวณที่สามารถพบแร่ธาตุชนิดต่างๆ มีความจำเป็นต่อดำรงชีวิตของสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์ป่าที่กินพืชเป็นอาหาร มีอยู่ 2 แบบ คือ โป่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ และ โป่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เรียกว่า “โป่งเทียม” เป็นจุดที่ตั้งกล้องดักถ่ายภาพ (camera trap) ไว้ 12 จุดในแปลง FPT 49 เพื่อสำรวจความหลากชนิดของสัตว์ป่า 

รายละเอียดกิจกรรม
1. การเรียนรู้เรื่องโป่ง วิธีการทำโป่งเทียม การใช้ประโยชน์โป่งเทียมของสัตว์ป่า 
2. วิธีการติดตั้งกล้องเพื่อการศึกษาและการติดตามความหลากหลายของสัตว์ป่าในแปลงปลูกป่า ปตท. 
3. นำเสนอคลิป VDO สัตว์ป่าที่เข้ามากินโป่งในพื้นที่แปลงปลูกป่า FPT 49

ฐานเรียนรู้ที่ 2 ป่า คือ ปอดของโลก ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา แปลงปลูกป่า FPT 49 ทำหน้าที่เป็นปอดที่แข็งแรง โดยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และปลดปล่อยก๊าซออกซิเจน โดย ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนเท่ากับ 37.61 ตันคาร์บอนไดออกไซด์/ไร่ หรือทั้งหมด 1.003 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ ชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของคนไทยได้ประมาณ 2 แสนคน และปริมาณปล่อยก๊าซออกซิเจนเท่ากับ 30.01 ตันออกซิเจน/ไร่ หรือทั้งหมด 8 แสนตันออกซิเจน ซึ่งเพียงพอสำหรับคนไทยปกติจำนวน 2.63 ล้านคน
รายละเอียดกิจกรรม
1. การเรียนรู้เรื่องกระบวนการดูดซับ CO2 และการปลดปล่อยก๊าซ O2 ของต้นไม้และป่าไม้
2. การเรียนรู้เรื่องวิธีการเก็บข้อมูลและการวัดต้นไม้เพื่อการประเมินการดูดซับ CO2 ในแปลงปลูกป่า ปตท. สื่อให้เห็นเป้าหมายและแนวทางการปลูกและบำรุงรักษาป่าเพื่อการดูดซับ CO2 อย่างเป็นรูปธรรม
3. การนำเสนอผลลัพธ์ในการดูดซับ CO2 และการปลดปล่อยก๊าซ O2 ของแปลง FPT 49

ฐานเรียนรู้ที่ 3 ตู้กับข้าวของชุมชน ในแปลงปลูกป่า FPT 49 พบว่า ชุมชนรอบแปลงปลูกป่าใช้ประโยชน์จากผลผลิตจากป่าคิดเป็นมูลค่า 1.55  ล้านบาท/หมู่บ้าน/ปี และการหาของป่าเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนคิดเป็นมูลค่า 1.16 ล้านบาท/หมู่บ้าน/ปี ของป่าที่เป็นอาหาร ได้แก่ เห็ดชนิดต่างๆ ผักหวาน หน่อไม้ แมงอีนูน ไข่มดแดง สมุนไพร ได้แก่ โด่ไม่รู้ล้ม ม้ากระทืบโลง พญาท้าวเอว ปลาไหลเผือก เป็นต้น

รายละเอียดกิจกรรม
1. นำเสนอผลและประโยชน์ของการปลูกและฟื้นฟูป่า FPT 49 ให้มีความสมบูรณ์ และเกิดการใช้ประโยชน์จากป่าในด้านคลังอาหาร สมุนไพร ผลไม้ป่า ของชุมชนรอบแปลงปลูกป่า ปตท. 
2. การสาธิตการทำอาหารจากป่า(เห็ด หน่อไม้) สาธิตการทำสมุนไพร(หม้อต้มยาสมุนไพร) และให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้ทดลองชิม
3. การนำเสนอการใช้ประโยชน์ป่าแบบพอเพียง และแบ่งปัน สร้างความสมดุลให้ธรรมชาติ

ฐานเรียนรู้ที่ 4 รสทป.หน่วยป้องกันไฟป่า กลุ่มราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) ตำบลลำนางแก้ว มีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวังป้องกันและดับไฟป่า สร้างเครือข่ายร่วมกับร่วมกับกลุ่ม รสทป.อีก 25 ตำบล ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

รายละเอียดกิจกรรม
1. เรียนรู้เรื่องไฟป่า การป้องกันไฟป่าในวิธีต่างๆ อุปกรณ์ดับไฟป่า
2. การสาธิตขั้นตอนและวิธีการดับไฟป่า โดย รสทป. ต.ลำนางแก้ว และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า

ฐานเรียนรู้ที่ 5 ปลูกต้นไม้ในป่า-สร้างป่าในเมือง เรียนรู้และทดลองปลูกต้นไม้ 2 แบบ คือ การปลูกป่าแบบประณีต ซึ่งเหมาะกับการฟื้นฟูป่า และการปลูกป่าเชิงนิเวศแบบมิยาวากิ เหมาะกับฟื้นฟูระบบนิเวศในเมือง
รายละเอียดกิจกรรม 
1. เรียนรู้ขั้นตอนและวิธีการปลูกป่าโดยเทคนิควิธีต่างๆ ของสถาบันปลูกป่า ปตท. ที่ส่งผลต่อการฟื้นฟูสภาพป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. สาธิตวิธีการปลูกและดูแลรักษาต้นไม้อย่างถูกวิธี
3. แจกกล้าไม้สำหรับคนที่เข้ามาเรียนรู้ในฐานโดยเน้นพันธุ์ไม้กินผลและไม้สมุนไพร เช่น มะขามป้อม เป็นต้น