เรื่องเล่าจากแปลงปลูกป่า ตอน กลไก ขับเคลื่อนชุมชนตำบลกำแพง พัฒนาดิน น้ำ ป่า ทุ่งกุลาร้องไห้

เรื่องเล่าจากแปลงปลูกป่า ตอน

กลไก ขับเคลื่อนชุมชนตำบลกำแพง พัฒนาดิน น้ำ ป่า

ทุ่งกุลาร้องไห้

.....“ทุ่งกุลาร้องไห้” ภาพของที่ราบอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา แสงแดดที่แผดเผาเป็นเปลวระยิบเหนือดินแตกระแหง อาจวาบขึ้นมาในความรู้สึกนึกคิดของคนจำนวนมาก “ทุ่งกุลา” เป็นนิยามของความแห้งแล้งกันดาร ผู้คนเผชิญกับความยากจนข้นแค้น จากตำนานเล่าขานกันมาของพื้นที่แห่งนี้ว่าแม้แต่พ่อค้าชาวกุลาที่เป็นผู้กล้าหาญมีความอดทนสูงก็ต้องยอมทิ้งสินค้าของตน เพื่อเอาตัวรอดถึงกับร้องไห้ ภาพจำความแห้งแล้งในยุคก่อนๆ เล่าขานสืบต่อกันมาทั้งในวรรณกรรมและภาพยนตร์ อาทิ เรื่องลูกอีสาน,ทุ่งกุลาร้องไห้,นายฮ้อยทมิฬ,กวีของสหายไฟ แม้กระทั้งนายผีที่คุ้นหูกันว่า “บนฟ้าบ่มีน้ำ ในดินซ้ำมีแต่ทราย น้ำตา ที่ตกราย ก็รีบซาบบ่รอซึม.....” และยังมีผญาที่เป็นคติสอนใจกล่าวไว้ว่า "ตกกลางท่งแล้วล้า เดินฝ่าเทิงหัว เห็นแต่ท่งเป็นทิวมือกุมควันกุ้ม เหลียวไปไสฟ้าหุ้งงุมลงคือสักสุ่ม มือกลางเวนจุ้มกุ้มดงไม้กะบ่มี คักละนอบาดนี่ หลงท่งคนเดียวถิ่มฮอดถง กะเทียวย่ามของสินค้า เหลียวทางหลังทางหน้ากุลายั้งบ่อยู่....."

.....ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นพื้นที่ราบน้ำท่วมถึงกินพื้นที่ 5 จังหวัด คือ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม สุรินทร์ ยโสธร ศรีสะเกษ มีพื้นที่รวมราว 2.1 ล้านไร่ มีปัญหาด้านดินเค็ม แหล่งน้ำต้นทุนที่ไม่เพียงพอ พอถึงฤดูแล้งน้ำก็จะแห้งขอด ลำน้ำสายต่างๆไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ และพอถึงฤดูฝนน้ำก็จะท่วมไร่นาชาวบ้านโดยเฉพาะบริเวณปลายน้ำหรือรอยต่อระหว่างแม่น้ำสายสำคัญต่างๆ

.....ในปี 2557 ปตท โดยสถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท. ได้เริ่มเข้ามาฟื้นฟูพื้นที่ด้วยการเริ่มปลูกป่าในพื้นที่นำร่อง 230 ไร่ พร้อมทั้งคัดเลือกชนิดไม้จากป่าธรรมชาติดั้งเดิม จำนวน 32 ชนิด ต่อมาในปี 2558 ได้ปลูกป่าเพิ่มอีก จำนวน 800 ไร่ และในปีเดียวกันได้ดำเนินการพัฒนากระบวนการบริหารจัดการป่าโดยชุมชน จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การพัฒนาดิน น้ำ ป่า ทุ่งกุลาร้องไห้  บนพื้นที่สาธารณประโยชน์จำนวน 1,600ไร่ แบ่งพื้นที่เรียนรู้ออกเป็น พื้นที่ฟื้นฟูป่าธรรมชาติ 1,030 ไร่ พื้นที่แหล่งน้ำ 400 ไร่ พื้นที่สาธิตและสร้างอาชีพการเกษตร 120 ไร่ และพื้นที่เอนกประสงค์ 50 ไร่ รวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงานของศูนย์ฯ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจตามแผนพัฒนาพื้นที่ฯ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ร่วมกับชุมชน ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง,กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน ,สถาบันการศึกษาในพื้นที่ และหน่วยงานร่วม สำนักงาน

.....พระราชดำริ(กรมป่าไม้) และองค์กรท้องถิ่น โดยมีจุดมุ่งหมายร่วมกันเพื่อให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ โดยคำนึงถึงความยั่งยืนระยะยาว ประกอบด้วย 4 แผนงานหลัก ดังนี้

       1. แผนการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้ได้น้ำที่มีปริมาณพอเหมาะ เพียงพอแก่ความต้องการ โดยไม่มากและน้อยเกินไป เช่น ฤดูแล้ง             ก็มีน้ำใช้ และฤดูฝนก็ไม่เกิดน้ำท่วม

       2. แผนการบริหารจัดการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้

           มุ่งให้เกิดการฟื้นฟูป่าสร้างความอุดมสมบูรณ์และความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชน เป็นแหล่ง               วัตถุดิบของปัจจัยสี่ จะส่งผลไปถึงดินและแหล่งน้ำด้วย โดยมีเป้าหมายฟื้นฟูป่าในพื้นที่สาธารณะประโยชน์ 1,730 ไร่ และ                 รักษาป่าท้องถิ่นดั้งเดิม จำนวน 1,400 ไร่ รวมทั้งส่งเสริมการปลูกป่าในพื้นที่ของชาวบ้าน จำนวน 420 ไร่

       3. แผนการพัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจชุมชน

           เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและอาชีพของประชาชนในชุมชน โดยมุ้งเน้นการดำเนินงานด้านการส่งเสริมศักยภาพกลุ่ม อาชีพและ               เศรษฐกิจฐานรากสร้างรายได้จากภาคเกษตรกรรม

        4. แผนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ชุมชน

            ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการพื้นที่              และทรัพยากรฯอย่างสมดุล (ล้อมกรอบ)

.....นอกจากนั้นยังจัดตั้ง "กองทุนพัฒนาดิน น้ำ ป่า ทุ่งกุลาร้องไห้" เป็นกองทุนของชุมชนที่แบ่งรายได้ของชุมชนจากค่าจ้างปลูกและดูแลป่ามาจัดตั้งเป็นกองทุน รวมทั้งผลักดันให้สมาชิกออมเงินกับกองทุน โดยมีกติกาการจัดสรรรายได้และผลกำไร มีการจัดตั้งคณะกรรมการอย่างชัดเจน อาทิ  สมาชิกต้องออมเงินทุกวันที่ 1-10 ของเดือน  

 

.....ทั้งนี้ผลกำไรของกองทุนจะนำไปใช้ในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน และเป็นทุนในการพัฒนาอาชีพของชุมชน มุ่งสานต่อภารกิจในการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนสังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน แก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรมเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการสร้างความรู้และกระบวนการเพื่อใช้ฟื้นฟู ทรัพยากรป่าไม้ ให้กลับมามีความ