“ช้างป่า” พี่ใหญ่แห่งผืนป่าบุณฑริก ดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ

“ช้างป่า” พี่ใหญ่แห่งผืนป่าบุณฑริก ดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-ยอดมน เนื้อที่ประมาณ 363 ตารางกิโลเมตร หรือ 226,958 ไร่ เป็น ส่วนหนึ่งของเทือกเขาพนมดงรัก ประกอบด้วยภูเขาน้อยใหญ่ และที่ราบขนาดใหญ่บนภูเขาตามแนวชายแดนไทย-ลาว เป็นแหล่งต้นน้ำลําธารหลายสายหล่อเลี้ยงชาวบ้านตามแนวเขตป่าอุดมสมบูรณ์ ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ จึงเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด อาทิ เลียงผา ช้างป่า เสือโคร่ง วัวแดง กวางป่า หมาใน เป็นต้น

เพียงไม่กี่ก้าวที่ย่างเข้าไปภายในบริเวณ ผืนป่าบุณฑริก สามารถพบเห็นร่องรอยของ “ช้างป่า” หนึ่งในดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ซึ่งผืนป่าแห่งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ป่าปลูก ในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ 1 ล้านไร่ ของ ปตท. หมายเลขแปลงปลูกป่า FPT 3/1 บริเวณเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าบุญฑริก และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-ยอดมน ตำบลคอแลน อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี

 

ช้างป่า ดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ

ช้างป่า สัตว์คู่บ้านคู่เมืองคนไทย และเป็นสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่งสัตว์ขนาดใหญ่ชนิดนี้สามารถชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าได้ เนื่องจากช้างกินอาหารเป็นปริมาณมากต่อวัน หากผืนป่าใดมีช้างอาศัยอยู่ แสดงว่าผืนป่าแห่งนั้นมีความอุดมสมบูรณ์สูง อีกทั้งช้างป่าถือเป็นหนึ่งใน "Umbrella species" หรือสัตว์ที่ให้ร่มเงาแก่สิ่งมีชีวิตอื่น ซึ่งหมายถึงการดำรงอยู่ของมัน เกื้อกูลต่อชีวิตอื่นๆในป่า

“มูลช้าง” ก็ยังเป็นอาหารต่อให้สัตว์อื่นๆได้

เนื่องจากระบบการย่อยของช้างไม่ดีนัก จึงมีมีสัตว์เล็ก ๆ  เดินตามคุ้ยเขี่ยหาเศษเมล็ดพืชจากมูลช้าง และยังเป็นการช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์พืช ไปยังส่วนต่างๆ ของผืนป่าอีกด้วย

“พี่ใหญ่” ผู้เบิกนำทางแห่งป่า

เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ เวลาเดินหาอาหาร จึงทำให้พื้นที่แถบนั้นเตียนโล่ง จึงสามารถบุกเบิกสร้างเส้นทางหาอาหารใหม่ๆ ให้กับเหล่าสัตว์อื่นๆในป่า สัตว์บางชนิด เดินตามเส้นทางหากินของช้างเพื่อตามกินชิ้นส่วนของพืชที่ช้างฉีกทึ้งไว้ และเล็มหญ้าอ่อนที่งอกใหม่ในพื้นที่ที่ช้างเข้าไปเบิกทางไว้ หรือบางครั้งก็จะใช้งาและขาในการขุดส่วนที่แข็งๆของดินโป่ง ทำให้สัตว์อื่นๆมากินดินโป่งต่อได้

…ถ้าหากเราสามารถอนุรักษ์ช้างได้เราก็จะสามารถอนุรักษ์สัตว์ได้อีกหลายชนิด…

ทั้งนี้ ช้างป่าจะอยู่อาศัยไม่เป็นหลักแหล่ง เนื่องจากช้างป่ากินอาหารมาก เมื่อพืชหมดลงต้องหาแหล่งอาหารใหม่ โดยหนึ่งวันสามารถเดินได้ 3 กิโลเมตร แต่ช้างจะจดจำแหล่งอาหารเดิมและกลับมาหากินในถิ่นเดิมวนเวียนสลับกันไป คล้ายการเดินเป็นวงกลม

..หากป่าผืนใดมีเนื้อที่กว้างก็จะอำนวยให้ช้างหากินได้ง่าย ช้างป่าจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วกว่าป่าที่มีเนื้อที่ขนาดเล็ก..

 

มีป่า มีน้ำ มีชีวิต และมีความสุข

ทุกวันนี้ผืนป่าบุณฑริกฟื้นคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง แม้จะยังไม่เต็มร้อย แต่สามารถเป็นที่พักพิงและแหล่งอาหารของสัตว์ป่า และชาวบ้านได้อย่างสมดุลตามธรรมชาติ แม้ข่าวคราวของข้างป่า เข้าทําลายพืชไร่ชาวบ้านจะมาเป็นระยะ แต่ พ่อสวัสดิ์ และแกนนําชาวตำบลคอแลนอีกหลายคนกลับดูสนุกและภาคภูมิใจในยามบอกเล่าให้ ผู้อื่นได้รับฟัง

"ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งน้ำ ของป่า รวมถึงหมี เสือ เก้ง หมูป่า นกยูง โดยเฉพาะช้างปัจจุบันมีกว่า 40 เชือก การมาของช้างป่าที่คนเมืองมักมองเห็นแต่ความเสียหาย แต่ในมุมของชาวบ้านที่อยู่กับป่านั้นแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าที่ชาวตำบลคอแลนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปลูกและช่วยกันดูแลรักษามาตลอด”

ปี 2537-2545 ชาวตำบลคอแลนได้เข้าร่วมโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ 1 ล้านไร่ ร่วมกับ ปตท.

“ปตท. เข้ามาสํารวจพื้นที่เห็นว่าเสื่อมโทรมมาก ประกอบกับ ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีจึง ร่วมมือกันปลูกป่าชาวบ้านกว่า 300 คน ขึ้นไปปลูกป่าทุกวัน ผู้ชายทําหน้าที่ปลูก ผู้หญิงเพาะพันธุ์กล้าไม้ ทั้งต้นประดู่ มะค่า สัก และยางนา รวมทั้งช่วยดูแลกันมาตลอด ถึงขนาดไปนอนในป่าเพื่อ เฝ้าระวังไฟกันตลอด และเกิดเป็นความผูกพันกันระหว่างชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และพนักงานปลูกป่า ปตท.” พ่อสวัสดิ์ เล่าพร้อม รอยยิ้มแห่งความสุข