ล้อม “ตะเคียน”

 

ล้อม “ตะเคียน”

            อายุอานามของตะเคียนต้นนี้หากวัดกันที่โคนต้น ขนาดประมาณ 5 เมตร คงเกินกว่า 100 ปีแล้ว แต่หากนับวัน เวลาที่แตกต้นใหม่เป็น 4 สาวพี่น้อง วัย 40 ต้นๆ กับความสูงกว่า 20 เมตร พวกเธอก็เป็นสาวที่กำลังสวยสะพรั่ง ครอบครัว ตะเคียน 4 ต้นนี้เติบโตคู่เคียงกันมากับสถานีเติมน้ำมันอากาศยานภูเก็ตของ ปตท. ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง

            จนกระทั่ง เมื่อปี 2556 ปตท. มีความจำเป็นต้องปรับปรุงพื้นที่ เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันอากาศยานของ สนามบินภูเก็ต การขยายพื้นที่ใหม่เกิดทับซ้อนกับครอบครัวต้นตะเคียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนชุมชนสัมพันธ์ ร่วมกับคลังน้ำมันภูเก็ต ซึ่งดำเนินงานพัฒนาพื้นที่ปลอดภัยรอบหน่วยงาน (Buffer Zone and Protection Strip) จึงเลือกวิธีการขุดล้อม ย้ายปลูกต้นไม้ (Transplanting) โดยได้รับความร่วมมือจากครูต้อ คุณธราดล ทันด่วน หมอต้นไม้ รุกขกรของประเทศไทย มาดำเนินการ มีที่ปรึกษา คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อังสนา บุณโยภาส อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และ ดร.สิรินทร์ แก้วละเอียด ผู้เชี่ยวชาญด้านวนศาสตร์ มาคอยดูแลและลุ้นกันอย่างใกล้ชิด

            “ลุ้น” เพราะงานนี้มีความเสี่ยง จริงอยู่การล้อมต้นไม้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่สำหรับ “ตะเคียน” ซึ่งใหญ่โตขนาดนี้ถือเป็นเรื่องยาก ยากที่จะรอดและยากที่จะทำ ครั้งนี้ ปตท. ขอใช้ใจสู้ แม้ในทางวิชาการ แทบจะเป็นไปไม่ได้ และถือเป็นกรณีศึกษาของทั้งสองฝ่าย หากผ่านไปได้ด้วยดีก็เป็นแบบอย่างให้คนอื่นได้ทำต่อ แต่หากไม่เป็นอย่างที่หวังก็เป็นประสบการณ์ที่ต้องต่อยอดพัฒนากันต่อไป ครูต้อและทีมงานตัดสินใจใช้การขุดล้อมโดยมีดินติดไปกับระบบราก (Balled & burlaped or Soil ball) โดยมีท่านอาจารย์ทั้งสองคอยให้คำปรึกษา

            เช้าตรู่ของวันที่ 11 กันยายน 2556 จึงเริ่มพิธีบวงสรวงย้ายศาลเพื่อเป็นศิริมงคล และทีมงานก็เริ่มตัดแต่งกิ่งเพื่อลดการคายน้ำของต้นไม้ให้เหลือน้อยที่สุด เพราะขณะที่ขุดและตัดราก ต้นไม้จะมีความสามารถในการหาน้ำและอาหารน้อย การตัดกิ่งให้สั้นเพื่อลดจำนวนใบและตัดบางกิ่งทิ้งไปเป็นการช่วยลดการคายน้ำ รวมทั้งช่วยลดน้ำหนักของเรือนยอดที่อาจทำให้ต้นไม้โค่นล้มได้ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างละมุนละไม ทุกกิ่งที่ตัดถูกหย่อนลงมาช้าๆ ครบ 1 อาทิตย์ก็เสร็จสิ้นกระบวนการ บัดนี้ สาวๆ ที่เคยสูงสง่ากว่า 20 เมตร ถูกย่นย่อเหลือเพียง 10 เมตร เห็นแล้วก็ใจหาย แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้ครอบครัวนี้อยู่รอด  หนึ่งสัปดาห์ก่อนวันย้าย เริ่มกระบวนการ “ตีตุ้ม” หรือ “ทำตุ้มดิน”  ด้วยการขุดดินและตัดรากโดยรอบต้นไม้ เว้นระยะห่างจากโคนต้นพอสมควรให้มีลักษณะเป็นทรงกลมแบบผลส้มโอ

หลังจากเตรียมการมาเกือบเดือน D-Day วันย้าย 3 ตุลาคม 2556 เมื่อขุดจึงได้รู้ว่าตลอดมาทั้ง 4 สาวงอกงามบนดินทราย อาจเพราะพื้นที่อยู่ติดทะเล แต่การยึดตัวตั้งต้นใหม่ก็จะยากลำบากขึ้น ที่ประหลาดใจยิ่งกว่าคือสาวๆ ไม่มีรากแก้วดิ่งตรงลึกลงไป มีเพียงรากที่แผ่ขยายไปรอบๆ ถึง 2 ชั้น จากการวิเคราะห์ของที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญ คาดว่าคงเพราะถูกตัดต้นแม่เมื่อ 40 ปีก่อน ทำให้มีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด  เมื่อตัดรากเสร็จก็เตรียมเคลื่อนย้ายทันที ด้วยความสูงและขนาดที่จัดว่าใหญ่เอาเรื่อง รถเครนที่ใช้ก็ต้องขนาดใหญ่ที่สุดในเกาะภูเก็ตเช่นกัน ทุกกิ่งถูกห่อหุ้มอย่างดี ก่อนที่มือใหญ่ๆ แสนหยาบกระด้างของรถเครนจะยกเหล่าสาวงามขึ้นจากบ้านเดิม และย้ายไปบ้านใหม่ ห่างไปประมาณ 32 เมตร  มนุษย์เดินดินอย่างเราๆ เดินไปไม่เกิน 2 นาทีคงถึงแล้ว แต่สาวๆ ใช้เวลากว่า 15 ชั่วโมง   ชาวบ้านที่มาให้กำลังใจต่างถอนหายใจไปตามๆ กัน  หลังจากรถเครนค่อยๆ วางสาวงามทั้ง 4 ลงไปในบ้านใหม่ที่เตรียมไว้เรียบร้อย

มีเรื่องเล่าให้ได้ลุ้นกันสักนิดว่า ระหว่างที่ทีมงานกำลังใช้ไม้ค้ำยันและสลิงเพื่อให้ครอบครัวตะเคียนยืนได้อย่างมั่นคงนั้น มีคนตาดีแอบเห็นหญิงสาวแสนสวยส่งยิ้มนั่งอยู่บนยอดต้นตะเคียน เอ๊ะ! หรือเธอคงอยากบอกให้เรารู้ว่า . . .

 

ขอขอบคุณ กลุ่ม Big Trees